เจดีย์ยุทธหัตถี หรือ เจดีย์เฉลิมพระเกียรติพระเจ้ารามคำแหงมหาราช

โบราณสถานที่มีอายุอยู่ในสมัยสุโขทัยราว 700 ปีเศษแห่งนี้ ปรากฏความสำคัญในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ เมืองตาก ชาวบ้านนิยมเรียกเจดีย์แห่งนี้ว่าเจดีย์ชนช้าง ซึ่งดอยช้างนั้นเป็นเนินดินเล็กๆ ที่อยู่ทางเหนือของดอยพระธาตุไปเล็กน้อย และองค์เจดีย์ยุทธหัตถีอยู่เยื้องกับวัดพระบรมธาตุประมาณ 200 เมตร

ศูนย์รวมหัตถกรรมกะลามะพร้าวเมืองพัทลุง

แม้ “กะลามะพร้าว” เป็นเพียงเศษวัสดุที่ไม่มีราคาค่างวดสักเท่าไหร่นัก แต่ทว่า นายปลื้ม ชูคง หรือที่รู้จักกันดีว่า “ลุงปลื้ม” กลับมองเห็นแง่งามอันเลอค่าของกะลา และสร้างสรรค์ให้วัสดุที่ไร้ราคาชิ้นนี้กลายเป็น “กะลาเงินล้าน” ที่สร้างชื่อเสียงให้กับพัทลุง รวมทั้งสืบสานงานหัตถกรรมกะลามะพร้าวแห่งแดนใต้ให้เป็นที่ประจักษ์

สะพานพระราม 8

ขึ้นชื่อว่าเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่งดงามและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นสะพานข้ามแม่น้าเจ้าพระยาแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีเสาตอม่อออกแบบก่อสร้าง เป็นสะพานแขวนแบบอสมมาตร ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นสะพานแขวนอสมมาตรที่ยาวเป็นอันดับที่ 5 ของโลก โดยสะพานพระราม 8 ก่อสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อระหว่างถนนวิสุทธิกษัตริย์กับถนนอรุณอัมรินทร์ เพื่อช่วยบรรเทา การจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ให้สามารถระบายออกสู่ย่านธนบุรีได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

เมืองโบราณที่ตำบลคณฑี

เรียนรู้ตำนานเมืองโบราณผ่าน “เมืองคณฑี” ชุมชนโบราณที่ไม่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของลำน้ำปิง โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชมหาวชิราวุธสยามมกุฏราชกุมาร ได้เสด็จเยือนเมืองกำแพงเพชรครั้งที่ 2 เมื่อปีพ.ศ.2450 ทรงกล่าวถึงชุมชนบ้านโคนว่า “คงเป็นเมืองมาแต่โบราณแต่หาคูหรือเชิงเทินและกำแพงไม่ได้”

ถ้ำภูผาเพชร

ลองสวมวิญญาณนักสำรวจเพื่อเข้าไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของถ้ำที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับ 4 ของโลกซึ่งอยู่ในจังหวัดสตูลของเรานี่เอง การค้นพบถ้ำภูผาเพชร เกิดขึ้นเมื่อนักโบราณคดีของสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่ 10 จังหวัดสงขลาได้เข้าสำรวจบริเวณถ้ำตามคำเล่าของพระธุดงด์นามว่า “หลวงตาแผลง” ที่ได้ค้นพบถ้ำแห่งนี้ ครั้นได้ทำการสำรวจเสร็จสิ้น ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีที่สันนิษฐานได้ว่า ถ้ำภูผาเพชรแห่งนี้น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว โดยมีการพบกระดูกมนุษย์ยุคโบราณส่วนกระโหลกศีรษะ เศษภาชนะดินเผาเคลือบลายเชือกทาบ ที่ก้นภาชนะมีเปลือกหอยยึดเกาะ และหลังจากนั้นเป็นต้นมาได้มีการพัฒนาให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิดหน้าชูตาของจังหวัด โดยความอัศจรรย์ภายในถ้ำแห่งนี้ปรากฏผ่านหินงอกหินย้อย ที่มีประกายระยิบระยับตระการตาดูคล้ายเกล็ดเพชรมากมาย ภายในถ้ำนั้นจัดสรรแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ มากถึง 20 ห้อง มีสะพานไม้เป็นทางเดินตลอดถ้ำและติดตั้งไฟส่องสว่าง โดยห้องที่น่าสนใจ อาทิเช่น

ถนนคนเดิน ตลาดเก่าปราณบุรี

ถนนคนเดิน ตลาดเก่าปราณบุรี มีความเก่าแก่มากกว่า 200 ปี ยังคงรักษาสภาพความเป็นตลาดเก่าไว้ได้อย่างดี และในทุกๆวันเสาร์ได้จัดให้มีถนนคนเดินแถวตลาดเก่าปราณบุรี ซึ่งบริเวณนั้นมีบ้านไม้ ร้านกาแฟ และร้านอาหารเก่าแก่ที่เคยขึ้นชื่อมาแต่ครั้งอดีต ส่วนภายในประกอบด้วยร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก ร้านหนังสือเก่าๆเกี่ยวกับการท่องเที่ยว รวมถึงอาหารกินเล่นรสชาติเยี่ยม